3G คือ อะไร

3G หรือThe Third Generation Mobile Networkคือมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2 และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง และ การส่งข้อมูลในขั้นต้นทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดียและ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น ถูกพัฒนาเพื่อแทนที่ ระบบโทรศัพท์2Gซึ่ง 3G นั้นได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU : International Telecommunication Union)
มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือที่เรียกว่า ระบบUMTSหรือW-CDMAในระบบGSMใช้ช่วงความถี่ตั้งแต่ 850 , 900 , 1800 , 1900 และ 2100 ผสานเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน มีสามารถการนำเสนอข้อมูลใช้งานด้านมัลติมีเดียส่งผ่านข้อมูลทั้งภาพและเสียงในระบบไร้สายด้วยความเร็วที่สูงช่วยให้การใช้บริการมัลติมีเดียผ่าน 3G เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Video call, VDO Streaming, หรือใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั้งรับ-ส่งอีเมลและท่องเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้นซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้นด้วย

3G ดีกว่า 2G อย่างไร

ลักษณะการทำงานของ 3G เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่าทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่นรวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่และสมบูรณ์แบบขึ้นเช่น บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ, รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่ ,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ เทคโนโลยีซึ่งมีลักษณะเด่น 5 ข้อ
ดังนี้

  • รับ-ส่งข้อมูลได้เร็วกว่า
  • รองรับการใช้งาน Audio และ VDO streaming
  • รองรับการประชุม VDO conference
  • เข้า Web และ WAP ได้เร็วกว่า
  • รองรับการใช้งานการดู TV ผ่านเน็ต (IPTV)

คุณสมบัติหลักของ 3G คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้นโดยจะต่างจากระบบทั่วไปที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย

AIS 3G ให้บริการความเร็วได้สูงสุด 42 Mbps. แต่ใช้จริงทำไมใช้ได้ไม่เต็ม Speed?

ที่ใช้ได้ไม่เต็ม Speed เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้

  • มือถือของผู้ใช้บริการ รองรับความเร็ว 3G ได้แค่ไหน
  • ระยะห่างของ “จุดที่เรากำลังใช้บริการ” กับ “จุดปล่อยสัญญาณ” (สถานีฐาน)
  • จำนวนผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น
  • Web Browser ของผู้ให้บริการแต่ละราย
  • การใช้บริการอยู่ในพื้นที่ที่มีอาคารหนาแน่น

ต้องการใช้ 3G ต้องทำอย่างไร

ผู้ใช้บริการ AIS ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ 3G 900 หากอุปกรณ์รองรับ 3G900 จะสามารถใช้งานเชื่อมต่อ Data ใน Network 3G ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งความเร็วในการใช้งานจะสูงกว่าการใช้งานผ่าน EDGE/GPRS ในพื้นที่ 2G แต่ถ้าต้องการใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงขึ้นสามารถโทร*300 เพื่อสมัครแพ็กเกจเสริม 3G หรือ เปลี่ยนแพ็กเกจหลักให้เป็นแพ็กเกจ 3G เพื่อใช้งานได้ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น

จะรู้ได้อย่างไรว่ามือถือรุ่นนี้ใช้ AIS 3G ได้หรือไม่?

ถ้าอยู่ในพื้นที่ให้บริการ 3G สังเกตได้ที่มุมบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือจะปรากฏสัญลักษณ์ 3G หรือ H บนหน้าจอ (ขึ้นอยู่กับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์แต่ละรุ่น)

  • ถ้าเป็นลูกค้าที่ซื้อเครื่องจากเอไอเอส ช็อป หรือร้านเทเลวิซ ตรวจสอบได้ง่ายๆโดย กด *900*90#
  • ถ้าเป็นลูกค้าที่ซื้อเครื่องจากศูนย์บริการอื่นๆ ตรวจสอบได้ที่หน้ามือถือและอุปกรณ์เล่นเน็ตที่รองรับ 3G
  • ถ้าเป็นลูกค้าที่ซื้อเครื่องจากศูนย์บริการอื่นๆ ตรวจสอบได้ที่หน้า ais.co.th/mobileinternet/3g/handset
  • ดูจาก specification ของเครื่องว่ารองรับการใช้งาน 3G900 หรือไม่

สามารถใช้บริการ AIS 3G ได้ที่ไหนบ้าง?

กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม เชียงใหม่ เชียงราย นครราชสีมา ขอนแก่น ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี ชลบุรี ภูเก็ต และสงขลา
สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ 3G ได้ที่ ais.co.th/mobileinternet/3g/coverage

จะทราบได้อย่างไร ? ว่ากำลังใช้งาน AIS 3G อยู่

สัญลักษณ์ E หรือ EDGE จะถูกเปลี่ยนเป็น“3G”หรือ“HSPA”หรือ“H”หรืออื่นๆ
(ขึ้นกับอุปกรณ์เชื่อมต่อ)

จะเลือกแพ็กเกจ internet แบบไหนดี?

ลองคำนวนพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต จาก Data Calculator

ตัวอย่างการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นเมกะไบต์ (MB)

เพราะไลฟ์สไตล์การใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เอไอเอสจึงออกแบบแพ็กเกจการใช้งานเป็นเมกะไบต์ให้พร้อมรองรับการใช้งานในทุกรูปแบบ ทุกไลฟ์สไตล์


หมายเหตุ : ปริมาณการใช้งานข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ และปริมาณการใช้งานจริง

สมัครแพ็กเกจใช้งาน 3G แบบใช้ได้ไม่จำกัดจะใช้งานได้ไม่จำกัดจริงหรือเปล่า?

สามารถใช้งานได้ไม่จำกัดจริงแต่ความเร็วของ 3G จะถูกปรับลดลงตาม Fair Usage Policy ซึ่งหมายถึงผู้ใช้บริการที่สมัครใช้แพ็กเกจ 3G แบบไม่จำกัดจะรับสิทธิใช้งาน 3G ตามที่กำหนดในแพ็กเกจนั้นๆ เช่น แพ็กเกจ 799 บาท ใช้ 3G ได้ 3 GB และหลังจากนั้นสามารถใช้ 3G ได้ไม่จำกัดปริมาณการใช้งานได้ที่ความเร็วสูงสุด 384 Kbps

Fair Usage Policy คืออะไร?

Fair Usage Policy เป็นนโยบายที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลกใช้เป็นมาตรฐานการให้บริการใช้งาน Data ของผู้ใช้งาน 3G เนื่องจากมีผู้ใช้งานบางรายนำโปรโมชั่นการใช้งาน Data บนเครือข่าย 3G แบบไม่จำกัดไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเช่นการนำไปใช้งาน Bit Torrent โดยใช้โทรศัพท์มือถือต่อเป็นโมเด็มหรือต่อผ่านแอร์การ์ด (Bit Torrent เหมาะกับการใช้งานผ่านเทคโนโลยีADSL มากกว่า) หรือ นำไปเปิดบริการ้านอินเตอร์เน็ท (Net Café) หรือ ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งาน 3G โดยรวมลดลงและด้วยการคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าส่วนรวมเป็นสำคัญ AIS จึงขอใช้หลักการนี้ในการให้บริการ 3G แก่ผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างเหมาะสมเท่านั้น
AIS