ปัจจุบัน มีเด็กเป็นจำนวนถึง 72 ล้านคนทั่วโลกที่ถูกปฏิเสธโอกาสในการศึกษาในโรงเรียน
เด็กเหล่านี้อาจมีโอกาสเป็นผู้นำชุมชนรุ่นต่อไป เป็นนักกีฬาดาวรุ่ง เป็นแพทย์ หรือเป็นครูอาจารย์ แต่ในเมื่อผู้ใหญ่ไม่ส่งเสริมด้านการศึกษา เด็กเหล่านี้จึงมีชีวิตที่จมปลักอยู่กับความยากจน อันที่จริงพวกเขามีจิตใจที่พร้อมจะทำการบ้านตามที่คุณครูบอก แต่ด้วยอุปสรรคหลายอย่างเช่น ความจำเป็นที่จะต้องทำงานเลี้ยงชีพในโรงงานหรือในไร่นา การสูญเสียพ่อแม่เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ชุดนักเรียนราคาแพง หรืออาจเป็นเพราะเด็กคนนั้นเป็น “ผู้หญิง” ซึ่งวัฒนธรรมของสังคมนั้นไม่สนับสนุนให้เธอเข้ารับการศึกษาในโรงเรียน ไม่ว่าภูมิหลังของเด็กเหล่านี้จะเป็นเด็กกำพร้า ผู้อพยพ คนจน คนพิการ ทหารรับจ้าง หรือกรรมกรเด็ก พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเดียวกันคือถูกปฏิเสธไม่ให้ไปโรงเรียน ทำให้หมดโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง
การศึกษาสามารถเอาชนะความยากจนได้ ทำให้คนสามารถช่วยเหลือตนเองได้ การศึกษาคือกุญแจสำคัญที่จะหยุดวงล้อแห่งความยากจนของครอบครัว ของชุมชน และของประเทศได้
- การแก้ปัญหาความยากจนด้วยการศึกษา จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตย และปูทางไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน
- การศึกษาคือเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับแก้ปัญหาความยากจน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เมื่อเด็กได้รับการศึกษาเขาจะนำความรู้ไปประกอบอาชีพ ทำให้มีรายได้ดีกว่าและสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้มากขึ้นกว่าเดิม
- จากตัวเลขสถิติจะเห็นว่า เด็กที่ไปโรงเรียนสม่ำเสมอจะมีรายได้สูงขึ้น 10% ทุกปี และอัตราเสี่ยงติดเชื้อ HIV/AIDS จะลดลงถึง 50% เมื่อพวกเขาสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน (จบมัธยมศึกษาตอนปลาย)
ด้วยเหตุนี้ Education for All หรือการศึกษาเพื่อปวงชนจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะช่วยแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพ และปัญหาความอดอยากได้ การศึกษายังช่วยสร้างความหวังและอนาคตให้แก่เด็กๆในประเทศที่กำลังพัฒนา พวกเขาสมควรที่จะได้รับโอกาสนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต